Author Archives: admin

“เฟนเน็คฟ็อกซ์” สัตว์เลี้ยงสุดแปลกแต่น่ารัก

สัตว์เลี้ยงสุดแปลกแต่น่ารัก

เฟนเน็คฟ็อกซ์ หรือจิ้งจอกตัวน้อยแห่งทะเลทรายซาฮาร่านั้น สำหรับวิธีการเลี้ยงนั้นคนที่ไม่เคยเลี้ยงเฟนเน็คฟ็อกซ์มาก่อน อาจจะคิดว่าขั้นตอนการเลี้ยงนั้นจะเหมือนการเลี้ยงสุนัขทั่วไปหรือป่าว เรามาดูกันว่าการเลี้ยงเฟนเน็คฟ็อกซ์นั้นมีวิธีการเลี้ยงอย่างไรบ้าง อุปกรณ์พื้นฐานนั้นได้แก่ กรงเลี้ยง กระบอกขวดน้ำ ถ้วยอาหาร และอาหารเม็ด หรืออาจจะเสริมด้วยเนื้อไก่ต้ม เฟนเน็คฟ็อกซ์เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายแต่ต้องอยู่ในความดูแลเพราะเป็นสุนัขจิ้งจอกพันธุ์เล็ก มีกระดูกอ่อน ดั้งนั้นจึงเล่นขย้ำเหมือนสุนัขทั่วไปไม่ได้เพราะอาจจะทำให้เกิดกระดูกหักได้

ลักษณะพิเศษของหูจิ้งจอกทะเลทรายซาฮาร่า ถ้าเป็นเสียงสื่อสารของพวกเขาที่ใช้สื่อสารกันเอง สามารถได้ยินเกือบ 4 – 5 กิโลเมตร เขาจะมีเสียงความถี่ของเขาซึ่งบางทีคนเราไม่ได้ยิน แต่ถ้าเทียบกับเสียงแมลงเดินอยู่ห่างกันประมาณ 10-20 เมตรก็ได้ยินแล้ว เขาสามารถรู้ได้ว่าบริเวณนั้นมีแมลงอยู่กี่ตัว และจะไปหาอาหารได้ที่ไหน จุดเด่นของเฟนเน็คฟ็อกซ์อยู่ที่ความเล็กของขนาดตัวกับความพิเศษของหู เมื่อเติบโตเต็มที่ใบหูจะมีขนาดใหญ่ และสามารถใช้ใบหูระบายความร้อนตอนอยู่กลางทะเลทราย ฉะนั้นใบหูจะช่วยระบายความร้อนได้ดี และนอกจากนี้ยังช่วยในการจับเหยื่อ เพราะขนที่หูด้านในไวต่อการดักจับเสียง

เฟนเน็คฟ็อกซ์ จัดได้ว่าเป็นจิ้งจอกที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก โดยตัวเต็มวัยของเจ้าเฟนเน็คนั้น มีน้ำหนักเฉลี่ยเพียง 1.75 กิโลกรัมสำหรับตัวผู้ และ 1.25 กิโลกรัมสำหรับตัวเมีย ซึ่งจะเทียบน้ำหนักกันแล้ว ยังถือว่าเล็กกว่าสุนัขบ้านแทบทุกสายพันธุ์ที่ซื้อขายกันในท้องตลาด ที่เห็นจะมีใกล้เคียงก็น่าจะเป็นชิวาว่า ด้วยความที่เฟนเน็คเป็นนักล่าที่ตัวเล็ก การหาอาหารจึงจะล่าเพียงสัตว์ที่ขนาดไม่ใหญ่มากมาเป็นอาหาร เช่นพวกแมลง ไข่สัตว์ชนิดต่างๆ กระต่าย หนู นก และสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ และนอกจากเนื้อสัตว์มันก็ยังกินผักผลไม้อีกด้วย เรียกได้ว่าพวกมันกินแทบจะทุกอย่างเท่าที่พวกมันจะหาได้ และแม้ว่ามันจะเป็นนักล่าที่น่ากลัวสำหรับสัตว์เล็กแล้ว พวกมันก็ตกเป็นผู้ถูกล่าสำหรับสัตว์บางจำพวกที่ตัวใหญ่กว่ามันเช่นกัน แต่การที่มันจะตกเป็นเหยื่อนั้นไม่ง่าย เนื่องจากใบหูที่มีขนาดใหญ่ของมัน มีความสามารถในการได้ยินอย่างดีเยี่ยม พวกมันสามารถได้ยินเสียงฝีเท้าของนักล่าที่ย่ำผืนทรายตั้งแต่ระยะไกล ทำให้มันสามารถไหวตัวและหลบหนีได้ก่อนที่นักล่าจะเห็นตัวมันเสียอีก

สัตว์เลี้ยงแสนน่ารักของเหล่าวัยรุ่นที่สามารถเลี้ยงในหอพักได้

1. กระรอก

การเลี้ยงกระรอกเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่อยากเลี้ยงสัตว์ตัวเล็กๆ ไว้ดูเล่น แต่แนะนำว่าให้เลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ เพื่อให้ติดเราและเชื่องที่สุด เมื่อโตแล้วจะได้ดูแลง่าย ปัญหาในการเลี้ยงคือไม่สามารถเลี้ยงแบบอิสระได้มากนัก อาจจะเอามาอุ้มเล่นได้ คลายเหงาไปบ้าง แต่ถ้าปล่อยเจ้ากระรอกน้อยออกมาอยู่ข้างนอกกรงทั้งวัน น้องๆ อาจจะต้องปวดหัวหนักกับเจ้าตัวเล็กนี้แน่ๆ

1

 

 

 

 

2. แมว แสนขี้อ้อน

แมวเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักเหมาะสำหรับเลี้ยงในหอพัก เนื่องจากแมวเป็นสัตว์ที่ชอบการเอาอกเอาใจ ทั้งเกาคอให้ ลูบหัว ลูบขน ทำให้มีอารมณ์ผ่อนคลายทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงไปพร้อมๆ กัน แมวเป็นสัตว์ที่รักความสะอาดถ้าฝึกให้ขับถ่ายเป็นที่ห้องก็จะไม่เละเทะแน่นอน

2

 

 

 

 

3. หนูแฮมเตอร์

สัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆ มีนิสัยชอบกิน นอน และเล่น สามารถเลี้ยงในพื้นที่เล็กๆ และจำกัดได้ ถ้าไม่ได้มีเวลาเล่นกับพวกมันมากนักก็ไม่เป็นไร เพียงแต่ต้องดูแลเรื่องน้ำและอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของเจ้าหนูแฮมเตอร์ตัวน้อยด้วย

3

 

 

 

 

 

4. กระต่ายน้อยขนปุย

สัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆ อย่างกระต่ายก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์ที่ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ต้องเอาใจมากเหมือนน้องหมา น้องแมว แถมยังใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย กินก็น้อยไม่สิ้นเปลืองเงินมาก แต่ข้อเสียคือ หากน้องๆ ไม่ระวังปล่อยน้องกระต่ายออกมาวิ่งเล่นโดยไม่ได้ได้ดูแลตลอดเวลา ข้าวของอาจจะโดนแทะเสียหายได้ และกระต่ายเป็นสัตว์ที่ปัสสาวะกลิ่นฉุนมากต้องดูแลเรื่องความสะอาดให้ดี

4

 

 

 

 

5. ปลาสวยงามชนิดต่างๆ

ปลาที่ฮิตเลี้ยงกันแบบสวยงามมากที่สุด ได้แก่ ปลาทอง แต่ด้วยปลาชนิดนี้เลี้ยงยาก ต้องเอาใจใส่มันมากๆ สำหรับน้องๆ ที่อยู่หอแนะนำเลยว่าปลาสวยงามอย่างปลาหางนกยูงก็ดูจะเหมาะที่สุด ไม่ต้องยุ่งยากกับการเปลี่ยนน้ำ หรือต้องล้างตู้บ่อยๆ เรื่องพื้นที่ในการเลี้ยงก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดแค่มีโหลขนาดพอดีๆ จัดต้นไม้น้ำใส่ลงไปเล็กน้อย และมีน้องปลาว่ายไปมาก็ดูสวยสบายตาขึ้นมาทันที

5

 

 

 

 

 

6. น้องหมา สายพันธุ์เล็ก

เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของชาวหอ สำหรับการมีน้องๆ สุนัขสายพันธุ์เล็กเลี้ยงไปเป็นเพื่อนยามเหงา เพราะเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทที่มีพฤติกรรมการแสดงท่าทีโต้ตอบสนองเราได้มากที่สุด และสายพันธุ์ที่ถูกนำมาเลี้ยงในหอมากที่สุดได้แก่ ชิวาวา , ปั๊ก , ปอมเมอเรเนียน เนื่องจากเป็นสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก แถมความน่ารักของมันก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดหลายคนมากๆ แต่ข้อเสียก็มีเช่นกัน อย่างเช่น บางตัวอาจจะส่งเสียงเห่าบ่อยๆ ทำลายข้าวของภายในห้องพัก ขับถ่ายไม่เป็นที่ หรือมีกลิ่นเหม็น

การอาบน้ำสุนัขพันธุ์เล็กอย่างถูกวิธี

188560

 

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนอาบน้ำ

เพื่อนๆ คนไหนที่เลี้ยงน้องหมาพันธุ์เล็กขนยาว ขั้นตอนแรกก่อนการอาบน้ำควรจะเช็กสภาพขนของน้องหมาก่อนว่าขนของน้องหมาเป็นสังกะตังหรือมีขนที่พันกันหรือไม่ ด้วยการใช้แปรงแบบไม่มีหมุดแปรงขนก่อนจะจับน้องหมาอาบน้ำทุกครั้ง ถ้าน้องหมาของเรามีสังกะตังเยอะมากๆ แล้วไม่สางออกก่อนเวลาอาบน้ำสังกะตังจะแน่นมากขึ้นเวลาสางอีกครั้งจะทำให้น้องหมาเจ็บและจะเข็ดไม่ยอมให้จับตัวหรือแปรงขน พยายามแปรงขนน้องหมาให้ทั่ว จากขาหลังมาขาหน้า บริเวณใต้ท้อง ใต้รักแร้ หลังหู และก้นของน้องหมา ส่วนน้องหมาพันธุ์เล็กที่ขนสั้น เพื่อนๆ อาจจะใช้แปรงสำหรับสุนัขขนสั้นแปรงขนของน้องหมาก่อนเพื่อขจัดขนที่ผลัด และขจัดสิ่งสกปรกที่ติดขนก่อนอาบน้ำ อย่าลืมเอาสำลีมาอุดหูทั้ง 2 ข้างของน้องหมาเพื่อกันน้ำไม่ให้เข้าหูของน้องหมาด้วย

ขั้นตอนการอาบน้ำให้น้องหมาพันธุ์เล็ก

การอาบน้ำให้น้องหมา ควรใช้น้ำอุ่นเพราะถ้าใช้น้ำเย็นน้องหมาอาจจะไม่สบายได้ ยกเว้นกรณีที่น้องหมาเป็นโรคผิวหนังควรจะใช้น้ำเย็นในการอาบน้ำให้เริ่มฉีดน้ำเบาๆ จากขาหลังไปหาหัวของน้องหมา เพราะน้องหมาจะได้ปรับสภาพกับอุณหภูมิของน้ำก่อน หลังจากน้องหมาเปียกน้ำจนทั่วแล้วให้ใส่แชมพูที่เจือจางกับน้ำแล้วลูบให้ทั่วตัวและในที่ที่มักจะมองผ่าน เช่น ระหว่างซอกนิ้ว อุ้งเท้า หลังใบหู และใต้คาง ในกรณีน้องหมาขนยาวไม่ควรขยำหรือขยี้ขนของน้องหมา เพราะจะทำให้ขนของน้องหมาพันกันและเป็นสังกะตังได้หลังอาบน้ำ ให้ใช้มือลูบแทน และไม่ควรใช้เล็บเกาผิวหนังของน้องหมาแรงๆ เพราะอาจจะเกิดแผลที่ผิวหนังของน้องหมาอาจจะใช้แปรงอาบน้ำแทนก็ได้ หลังจากที่ฟอกแชมพูทั่วแล้วให้ล้างแชมพูออกและควรล้างแชมพูให้หมด ถ้าเจ้าของล้างแชมพูไม่หมดน้องหมาอาจจะระคายเคืองและทำให้เป็นโรคผิวหนังได้ ควรระวังอย่าให้แชมพูหรือน้ำเข้าตาและหูของน้องหมา เพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคือง และอาจเกิดการอักเสบได้ค่ะ

ข้อควรระวังในการอาบน้ำสุนัขพันธุ์เล็กหน้าสั้น

น้องหมาหน้าสั้นจะมีปัญหาเรื่องตาและระบบหายใจ ดังนั้นเวลาอาบน้ำน้องหมาหน้าสั้น สิ่งที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษก็ควรจะเป็นเรื่องการระวังไม่ให้น้ำเข้าตาและ จมูก เวลาอาบน้ำน้องหมาหน้าสั้น เพื่อนๆ อาจจะฉีดน้ำเบาๆ และฟอกแชมพูแค่เพียงลำตัวถึงคอ ส่วนใบหน้าของน้องหมาอาจจะหาผ้าชุบน้ำบิดหมาดหรือสำลีเช็ดทำความสะอาดแทนการใช้น้ำ และควรใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกครั้ง ในกรณีที่น้องหมาหน้าสั้นดิ้นหรือขัดขืนพยายามจะหนีการอาบน้ำ เจ้าของไม่ควรดึงบริเวณหนังคอของน้องหมาไปทางด้านหลังมากๆ เพราะอาจจะเกิดอันตราย ทำให้ดวงตาของน้องหมาหลุดออกมาจากเบ้าได้

หลังการอาบน้ำ

เพื่อนๆ ควรเช็ดตัวน้องหมาให้แห้งสนิทและควรแปรงขนทุกครั้ง น้องหมาที่ขนสั้นอาจจะใช้หนังชามัวร์ แปรงขนหมู หรือแปรงหมุด แปรงขนน้องหมา เพื่อเป็นการนวดผิวหนังและขจัดขนผลัดที่ยังออกไม่หมด และยังเป็นการทำให้เส้นขนของน้องหมาเงางามอีกด้วย

10 อันดับสัตว์เลี้ยงที่คนชอบเลี้ยงมากที่สุด!!

petsphoto

พ้นจากช่วงเวลางาน ใครๆก็คงอยากมาพักผ่อนอยู่กับบ้านให้สบายใจ แล้วยิ่งถ้าคุณเป็นคนรักสัตว์ ถ้าได้มีสัตว์เลี้ยงน่ารักๆรอให้กลับไปหาที่บ้านด้วยแล้วล่ะก็ ความสุขมันก็อยู่รำไร…

ใครที่ยังไม่มีสัตว์เลี้ยง อยากหามาเลี้ยงซักตัวแต่ไม่รู้จะเลี้ยงอะไร มาดู 10 อันดับสัตว์เลี้ยงแสนรัก สำหรับคนรักสัตว์ เพื่อช่วยตัดสินใจกันดีกว่า

  1. ชินชิล่า

ฟังชื่อแล้ว หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่คุ้นเคย แต่ถ้าเห็นหน้าตาน่ารักปุกปุยของมัน รับรองว่าอาจต้องอยากเลี้ยงเจ้า ชินชิล่า ตัวน้อยเป็นแน่ โดย ชินชิล่า เป็นสัตว์จำพวกฟันแทะมีขนอ่อนนิ่ม มีนิสัยขี้เล่น อยากรู้อยากเห็นชอบกระโดด กินอาหารน้อย และเพราะชินชิล่าเป็นสัตว์ จาก เมืองหนาวฉะนั้นใครที่คิดจะเลี้ยงมันต้องเลี้ยงไว้ในห้องแอร์ สำหรับเสน่ห์ที่ทำให้หลาย ๆ คนพากันหลงรักเจ้าชินชิล่าก็น่าจะเป็นเพราะ ใบหน้าอันน่ารัก (คล้ายกับกระต่ายผสมหนู) กับขนปุกปุยอ่อนนุ่มเหมาะที่จะกอดและอุ้มเป็นที่สุด

  1. ชูการ์ ไกรเดอร์

ชูการ์ ไกรเดอร์ ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่เหมาะกับคุณแน่ ๆ เพราะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในตระกูลจิงโจ้ชนิดนี้เป็นสัตว์สังคมอย่างเข้ม มันจึงต้องการ เพื่อนเล่นหรือพวกพ้องอยู่ด้วย (รวมถึงต้องการความเอาใจใส่จากเจ้าของ) มิฉะนั้นมันอาจจะเหงาและเครียด จนถึงขั้นป่วยและตายได้ นอกจาก นี้ ชูการ์ ไกรเดอร์ ยังเป็นสัตว์ที่เอาแต่ใจตัวเอง อยากรู้อยากเห็นและต้องการอิสระในการวิ่งเล่น ฉะนั้นใครที่รู้ตัวว่าใจร้อน ก็ลองหาสัตว์อื่น เลี้ยงจะดีกว่านะครับ..

  1. กระรอกสวน

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสัตว์ประเภทฟันแทะที่ได้รับ ความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ เลยหละครับ กระรอก สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงมากที่สุดคือ กระรอกสวน เนื่องจากเลี้ยงง่าย และมีนิสัยดุร้ายน้อยกว่ากระรอกสายพันธุ์อื่น ๆ สำหรับผู้ที่คิดจะเลี้ยงกระรอกต้องไม่กลัวที่จะถูกกัดหรือถูกเล็บข่วน (หากลืมตัด เล็บให้เค้า) ต้องไม่กลัวเลอะเพราะกระรอกชอบฉี่ยามที่มันไต่ตามตัวคุณ และที่สำคัญก็คือ ไม่กลัวบ้านพัง เพราะเจ้ากระรอกน้อยมีนิสัยชอบ แทะ หากคุณไม่มีเวลาดูแลมันรับรองว่า ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านต้องถูกแทะจนพังแน่

  1. นก

คนที่รู้ตัวว่าชื่นชอบการชมความงามและฟัง เสียงเจื้อยแจ้วของสัตว์เลี้ยงมากกว่าที่จะไปจับจูงหรืออุ้มกอดอย่างสัตว์ จำพวกสุนัขหรือกระต่าย คำตอบของคุณคือ นก  โดยที่ได้รับความนิยมก็มีหลากหลายสายพันธุ์ แต่ที่เด่น ๆ ก็ได้แก่ นกหงส์หยก,นกเลิฟเบิร์ด,นกเขา,นกคีรีบูน,นกแก้ว นกขุนทอง,นกคอคคาเทล สำหรับนกหงส์หยกนั้นเนื่องจากเป็นนกที่ชอบแต่งตัวและรักสะอาด จึงควรมีกระจกไว้ให้นกแต่งขน และบางครั้งควร ที่จะใช้ฟร็อคฉีดน้ำเป็นฝอย ๆ ให้นกมาเล่นน้ำเพื่อทำความสะอาดขนด้วย

5.กระต่าย

ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นสัตว์อ่อนแอและเปราะบางมาก ๆ จนอาจจะตายได้ตลอดเวลา แต่ความน่ารัก ตาวาว ขนปุกปุยของ กระต่าย ก็ยังทำให้ หลาย คนเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่เลิฟกระต่ายเราขอแนะนำว่าควรหาพื้นที่นอกบ้านซึ่งมีอากาศถ่ายเทและไม่ ร้อนให้เค้าอยู่ เพราะกระต่ายได้ชื่อว่าเป็นยอดนักขุด ฉะนั้นหากเลี้ยงไว้ในบ้านต้องทำใจว่ามันจะกัดแทะสิ่งของทุกอย่างจนเสียหาย นอกจากนี้ฉี่และอุนจิของ กระต่ายก็มีกลิ่นแรงและอาจจะเป็นแหล่งที่เพาะเชื้อโรคเป็นอย่างดีอีกด้วย

  1. แฮมสเตอร์

แฮมสเตอร์ สัตว์จำพวกฟันแทะ (Rodent) ขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเจ้าหนูแฮมสเตอร์จะตื่นขึ้นมาวิ่งเล่นวงล้อหรือกัด แทะสิ่งต่าง ๆ แล้วส่งเสียงดังนอกจากนี้หากคุณไม่ได้อยู่บ้านที่อากาศเย็นสบายถ่ายเท แนะนำว่าไม่ควรเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์เพราะเค้าเป็น สัตว์ไม่ชอบอากาศร้อนนะครับ

  1. แกสบี้ (Guinea Pig)

ใครเคยรู้สึกยี้สัตว์จำพวกหนูขอบอกว่าถ้าได้ เห็นความน่ารักของ หนูแกสบี้ คุณจะต้องเปลี่ยนใจเลย โดยเจ้าแกสบี้ตัวน้อยมีชื่อภาษาอังกฤษ ว่า กินนี่พิก (Guinea Pig) หรือ เควี่ (Cave) เป็นสัตว์ฟันแทะที่ขี้ตื่นและตกใจได้ง่าย มีความไวต่อความเครียดสูง ฉะนั้นในการจับหรือการอุ้ม ต้องระมัดระวัง เป็นอย่างมาก แต่ถ้าแกสบี้ได้รับการอุ้มและจับอย่างถูกวิธี เค้าจะมีความสุขมากที่ได้อยู่ใกล้กับเจ้าของ สำหรับแกสบี้พันธุ์ที่ได้รับ ความนิยมมาก ๆ ในไทย คือ  อเมริกัน เพรูเวี่ยน เป็นแกสบี้ขนยาวตรงทั้งตัว ปิดหน้าปิดตา น่ารักน่าเลี้ยงเลยทีเดียว

  1. ปลา

แม้จะไม่สามารถนำมากอด และจับจูงวิ่งเล่นกับมันได้เหมือนกับเจ้าสัตว์เลี้ยงสี่ขาชนิดอื่น แต่เสน่ห์และความสวยงามเฉพาะตัวของ  ปลา ก็ ดึงดูดใจให้สาว ๆ หลงรักเจ้าสัตว์น้ำได้ไม่ยาก ประมาณว่าได้ดูปลาสีสันสดใสที่แหวกว่ายไปมาเพลิน ๆ ก็หายเครียดแล้ว (อ้อ! อย่ามัวแต่ดูอย่าง เดียว ต้องหมั่นเปลี่ยนน้ำในตู้ปลาด้วยนะ) สำหรับน้องปลาพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงไว้ในบ้านได้แก่ ปลาทอง,ปลาการ์ตูนส้มขาว (ถ้านึกไม่ออกก็เจ้านีโม่ ในการ์ตูนของดิสนีย์งัยครับ),ปลาหมอสี,ปลาคาร์พ,ปลาหางนกยูง ฯลฯ

  1. แมว (cat)

เรียกว่าเป็นสัตว์เลี้ยงได้รับความนิยมไม่แพ้สุนัขเลยทีเดียว เหตุผลสำคัญน่าจะเป็นเพราะนิสัยอ้อน ชอบคลอเคลียและช่างประจบของมัน นอก จากนี้ความรักอิสระของ  แมว  ยังถูกใจใครหลาย ๆ คนที่ไม่มีเวลามากนักอีกด้วย โดยน้องเหมียวยอดฮิตที่เค้านิยมเลี้ยงมีหลากหลายสาย พันธุ์ ที่อิมพอร์ตมาจากเมืองนอกเมืองนามาก็เช่น เปอร์เซีย หรือว่าจะเป็นน้องแมวพันธุ์ไทยแท้อย่าง แมวสีสวาด (แมวโคราช) รวมถึงที่โด่ง ดังไปทั่วโลกอย่าง วิเชียรมาศ ซึ่งชาวต่างประเทศที่รู้จักกันในนาม  แมวสยาม (Siamese cat)

  1. สัตว์เลี้ยงแสนรักจะเป็นอะไรไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ น้องหมา (สุนัข)

ครองตำแหน่งนัมเบอร์วันได้ตลอดกาลสำหรับ มะหมาสี่ขา เพราะนอกจากจะมีรูปร่างหน้าตาน่ารักน่าชัง แถมยังมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือก เลี้ยงได้ตามใจคุณ อาทิ ถ้าชอบขนาดเล็กกะทัดรัด ขนฟู ตากลมโตแป๋วแหวว ก็ต้อง ปอมเมอเรเนี่ยน แต่ถ้าโปรดปรานเจ้าตูบตัวป้อม ตากลม ๆ โปน ๆ ใบหน้ายับย่นยูยี่ก็ต้องเลือก ปั๊ก เป็นต้น ซึ่งเจ้าน้องหมานี้ยังได้ชื่อว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์และเลิฟเจ้าของ มาก ๆ ฉะนั้นเพื่อนๆคนไหน อยากมีองครักษ์สี่ขาผู้แสนซื่อสัตย์เป็นของตัวเองสักตัว สุนัข คือคำตอบ

ความนิยมชมชอบสำหรับการเลี้ยงปลาทองในตู้

images (19)ปลาทองเป็นปลาสวยงามน้ำจืดที่นิยมเลี้ยงมานานแล้ว จัดเป็นปลาที่ติดตลาดคือเป็นปลาที่มีจำหน่ายในร้านขายปลาสวยงามทุกร้านและสามารถขายได้ราคาดีตลอดปี ปลาทองได้รับความนิยมเลี้ยงกันอย่างมากและมีการพัฒนาวิธีการเพาะพันธุ์ มีการคัดเลือกปลาที่มีลักษณะเด่นต่างๆมาผสมพันธุ์กันทำให้ได้ปลาทองที่มีลักษณะสวยงามขึ้นมาหลายชนิดและได้รับความนิยมแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ ปลาทองสายพันธุ์ดั้งเดิมที่พบในธรรมชาตินั้นมีรูปร่างคล้ายปลาไนแต่มีขนาดเล็กกว่าปลาไนมาก คือเป็นปลาที่มีรูปร่างป้อม แบนข้างเล็กน้อย ส่วนหัวลาด ปากมีขนาดเล็ก มีหนวดสั้น 2 คู่ ครีบหลังค่อนข้างยาว ครีบหางเป็นแฉกเว้าลึก ลำตัวมีสีน้ำตาลคล้ำอมทองหรือสีส้ม ส่วนท้องสีจางกว่าลำตัวหรือสีขาว

ปลาทองจัดว่าเป็นปลาที่ดำเนินการเพาะพันธุ์ได้อย่างง่ายๆโดยวิธีการเพาะแบบช่วยธรรมชาติ  ปกติปลาทองจะมีการแพร่พันธุ์วางไข่ในตู้กระจกหรือบ่อที่ใช้เลี้ยงอยู่แล้ว ซึ่งมักจะไล่ผสมพันธุ์วางไข่ในตอนเช้าของวันถัดไปหลังจากที่ผู้เลี้ยงมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำใหม่ให้ แต่ที่ผู้เลี้ยงไม่พบว่ามีลูกปลาทองเกิดขึ้นในตู้เลี้ยงปลา เนื่องจากว่าปลาทองเป็นปลาที่ไข่ทิ้งไม่มีการดูแลรักษาไข่ เมื่อวางไข่แล้วก็จะหวนกลับมากินไข่ของตัวเองอีกด้วย นอกจากนั้นปลาทองตัวอื่นๆหรือปลาชนิดอื่นที่เลี้ยงรวมอยู่ในตู้ด้วยก็จะคอยเก็บกินไข่ที่ออกมาด้วย กว่าที่ไข่ที่เหลืออยู่จะฟักตัวออกมาซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 – 3 วัน ไข่ก็จะถูกปลาทยอยเก็บกินไปเกือบหมด ส่วนไข่ที่รอดจากถูกกินจนตัวอ่อนฟักตัวออกมา ตัวอ่อนที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้ก็จะกลายเป็นอาหารที่ดีของปลาต่างๆอีก เพราะลูกปลาจะมีขนาดพอๆกับลูกน้ำ ทำให้ถูกจับกินไปจนหมดอย่างรวดเร็ว

การเลี้ยงปลาทองให้สุขภาพแข็งแรงและมีสีสันสดใส จำเป็นต้องใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่สถานที่เลี้ยง และภาชนะที่ใช้เลี้ยง โดยทั่วไปนิยมเลี้ยงในตู้กระจกใสและอ่างซีเมนต์ หากเลี้ยงในตู้กระจกควรเลือกขนาดที่มีความจุของน้ำอย่างน้อย 40 ลิตร ใช้เลี้ยงปลาทองได้ 12 ตัว แต่ถ้าเลี้ยงในอ่างซีเมนต์ต้องคำนึงถึงแสงสว่าง ควรเป็นสถานที่ไม่อับแสง และแสงไม่จ้าจนเกินไป ทั้งนี้ควรใช้ตาข่ายพรางแสงประมาณ 60% ปิดปากบ่อ ส่วนสภาพของบ่อเลี้ยงควรสร้างให้ลาดเอียง เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ซึ่งน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด น้ำประปาที่ใช้เลี้ยงต้องระวังคลอรีน ควรเตรียมน้ำก่อนนำมาใช้เลี้ยงปลาทุกครั้ง โดยเปิดน้ำใส่ถังเปิดฝาวางตากแดดทิ้งไว้เพื่อให้คลอรีนระเหย หรืออาจติดตั้งเครื่องกรองน้ำใช้สารเคมีโซเดียมไธโอซัลเฟตละลายลงในน้ำ มีคุณสมบัติในการกำจัดคลอรีน แต่ควรดูสัดส่วนในการใช้ เพราะสารเคมีพวกนี้มีผลข้างเคียงต่อปลาหากใช้ไม่ถูกวิธี