วิธีเลือกที่รับฝากเลี้ยงสุนัข ให้ปลอดภัยกับเจ้าตูบ

ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาแห่งการท่องเที่ยวเชื่อว่า คนรักน้องหมาก็คงวางแผนที่จะพาน้องหมาออนทัวร์ไปพักผ่อนในวันหยุดยาวกันแล้ว แต่สำหรับหลายคนที่ติดปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่สามารถพาน้องหมาไปเที่ยวด้วยได้ เช่น มีแพลนที่จะไปเที่ยวต่างจังหวัดไกล ๆ สถานที่ท่องเที่ยวและที่พักบางแห่งมีข้อจำกัด ไม่อนุญาตให้นำสุนัขเข้า หรือมีแพลนจะไปต่างประเทศหลาย ๆ คนจึงต้องเลือกใช้บริการยอดฮิตสำหรับคนเลี้ยงน้องหมา นั่นก็คือ บริการรับฝากเลี้ยงสุนัขหรือโรงแรมสุนัข แต่ก็ยังคงกังวลกันอยู่ว่า ที่รับฝากเลี้ยงน้องหมาจะดูแลน้องหมาไม่ดี ไม่ปลอดภัย กังวลว่าน้องหมาจะอยู่ไม่สบาย และกลัวว่า เมื่อนำน้องหมาไปฝากเลี้ยงแล้ว น้องหมาจะติดโรคหรือเจ็บป่วยได้

วิธีการเลือกสถานที่รับฝากน้องหมา เช็คดูความเรียบร้อยของที่รับฝากเลี้ยงน้องหมา เพื่อเพื่อน ๆ จะได้มั่นใจและกล้าที่จะฝากน้องหมาเอาไว้แล้วไปเที่ยวอย่างสบายใจกันค่ะ ว่าแต่เราจะต้องตรวจเช็ค และสังเกตสถานที่รับฝากเลี้ยงยังไงบ้าง

วิธีเลือกสถานที่รับฝากเลี้ยงสุนัขและโรงแรมสุนัข
เมื่อเราทราบกฏระเบียบของที่รับฝากเลี้ยงสุนัขและตรวจสอบคุณสมบัติของน้องหมาว่าผ่านเกณฑ์ทุกข้อที่กล่าวมาในข้างต้นกันแล้ว ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนการเลือกที่รับฝากเลี้ยงสุนัขที่ส่วนมากจะมีราคาค่าบริการต่อวันอยู่ที่ 250 – 800 บาท ขึ้นไปตามการบริการและความสะอาดของสถานที่ ซึ่งผู้เลี้ยงก็จำเป็นต้องพิถีพิถันในการเลือกกันสักหน่อย เพื่อความมั่นใจว่า ทางที่รับฝากเลี้ยงสุนัขและโรงแรมสุนัขจะดูแลน้องหมาของเราได้เป็นอย่างดี และเพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาในภายหลัง โดยผู้เลี้ยงควรสังเกตและตรวจเช็คความเรียบร้อยของที่รับฝากเลี้ยงสุนัข ดังต่อไปนี้ค่ะ

ตรวจเช็คความสะอาด
เป็นสิ่งแรกที่ผู้เลี้ยงน้องหมาควรตรวจเช็ค ก่อนตัดสินใจนำน้องหมาไปใช้บริการที่รับฝากเลี้ยงสุนัขหรือโรงแรมสุนัขเลยค่ะ สำหรับการตรวจดูความสะอาดโดยรอบของที่รับฝากเลี้ยงสุนัข ผู้เลี้ยงควรสังเกตดูทั้งด้านนอกและด้านในตัวอาคาร โดยเน้นตรวจดูในส่วนที่พักของน้องหมา เช่น กรง ห้องนอน คอกกั้น ฯ ว่าได้รับการทำความสะอาดที่เพียงพอหรือไม่ มีเศษฝุ่น คราบสกปรกตามกำแพง ใต้กรง เบาะนอนหรือพื้นมีเศษส้นขนของสุนัขตัวก่อนหน้าร่วงติดให้เห็นหรือเปล่า เพราะการมีคราบสกปรก มีเศษเส้นขนของสุนัขร่วงอยู่นั้น จะสามารถแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของที่รับฝากเลี้ยงน้องหมาแห่งนั้นได้เป็นอย่างดีค่ะ

สถานที่โปร่ง มีพื้นที่กว้าง
นอกจากเรื่องความสะอาดที่ผู้เลี้ยงต้องตรวจดูอย่างพิถีพิถันเพื่อสุขอนามัยที่ดีของน้องหมาแล้ว ผู้เลี้ยงยังต้องดูองค์ประกอบอื่น ๆ ของที่รับฝากเลี้ยงสุนัขหรือโรงแรมสุนัข ก่อนตัดสินใจนำน้องหมาไปฝากเลี้ยง ซึ่งการเลือกที่รับฝากเลี้ยงสุนัข ผู้เลี้ยงควรเลือกที่มีพื้นที่กว้างโล่ง โปร่งสบาย และดูไม่อึดอัด

จัดสรรกรงและมีคอกแยกชัดเจน
เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เลี้ยงไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ สำหรับเรื่องความเป็นอยู่ของน้องหมาที่ผู้เลี้ยงจะต้องปล่อยทิ้งไว้กับบริการรับฝากเลี้ยงสุนัขเป็นเวลาหลายวัน โดยผู้เลี้ยงควรต้องตรวจเช็คสภาพโซนที่พักของน้องหมาให้ดีว่า กรงที่จะใช้ขังน้องหมาเป็นแบบไหน ถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือแออัดหรือไม่ ซึ่งการจัดวางกรงที่ดีจะต้องไม่วางกรงซ้อน ๆ กันเป็นคอนโด และกรงจะต้องเป็นแบบโปร่ง เช่น กรงเหล็บชุบพลาสติกพีวีซี กรงสแตนเลส ที่สามารถเห็นมองเห็นความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับน้องหมาได้อย่างชัดเจน ส่วนพื้นในกรงควรเป็นแบบแผ่นสแลทเรียบ ไม่ควรเป็นซี่ลวดเพื่อป้องกันการเกิดการอักเสบ หรือแผลกดทับที่เกิดจากการยืน นอนนาน ๆ บนซี่ลวด

มีบริการเสริมให้เจ้าของอุ่นใจ
แน่นอนว่า ผู้เลี้ยงที่นำน้องหมาไปเข้ารับบริการรับฝากเลี้ยงสุนัขที่ต้องอยู่ห่างจากน้องหมาแสนรักเป็นเวลาหลายวัน ก็คงต้องคิดถึง เป็นห่วงและกังวลกันว่า ที่รับฝากเลี้ยงสุนัขจะดูแลน้องหมาไม่ดี ไม่ปลอดภัย ที่รับฝากเลี้ยงสุนัขและโรงแรมสุนัขบางแห่งในปัจจุบันจึงมีบริการเสริมที่ทำให้เจ้าของคลายความกังวลและช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เจ้าของว่า น้องหมาของตัวเองมีความสุขอยู่อย่างสบายในที่รับฝากเลี้ยง เช่น บริการโทรศัพท์รายงานความเคลื่อนไหว บอกเล่ากิจวัตรประจำวันของน้องหมาให้กับเจ้าของได้ทราบ และหากเจ้าของใช้สมาร์ทโฟนก็สามารถคุยแบบเห็นหน้าผ่าน FaceTime ที่ช่วยให้เจ้าของสามารถเห็นน้องหมาแบบสด ๆ สามารถพูดคุยกับน้องหมาให้หายคิดถึงได้

 

กระต่าย ถือเป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดหนึ่งที่มักนิยมเลี้ยง

นอกจากสุนัขและแมวแล้ว กระต่ายถือเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมอันดับต้นๆที่คนสนใจ สังเกตได้ว่ากลุ่มของคนเลี้ยงกระต่ายมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน และรู้สึกดีที่เห็นคนหันมาเลี้ยงกระต่ายมากขึ้น ความจริงแล้วธรรมชาติของสัตว์ชนิดนี้อายุไม่ยืนนัก อายุขัยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5-10 ปี กระต่ายเป็นสัตว์ที่ไม่ได้เลี้ยงยาก เลี้ยงได้เหมือนสัตว์เลี้ยงทั่วไป เพียงแต่ต้องทราบว่าเขาต้องการอาหารและสิ่งแวดล้อมแบบไหนที่เหมาะสม เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่อง ไร้เดียงสาและน่ารัก ส่วนใหญ่มีชีวิตที่น่าเศร้าเพราะอยู่ในป่ามักเป็นผู้ถูกล่า หรือไม่ก็เป็นสัตว์ทดลองในห้องแล็ป

การเลี้ยงกระต่ายควรต้องระวังโรคด้วย เพราะจะมีโรคทั้งที่คนติดจากสัตว์และโรคที่สัตว์เป็นแล้วไม่ติดคน สำหรับโรคที่พบในกระต่ายส่วนใหญ่จะมีโรคท้องเสียจากเชื้อบิด ซึ่งจะทำให้หูแดงคันหรือบิดเบี้ยว โรคติดเชื้อราบริเวณฟันของกระต่าย ฯลฯ สำหรับคนก็สามารถเป็นภูมิแพ้ เช่นแพ้ขนกระต่าย เป็นต้น กรณีที่เลี้ยงกระต่ายร่วมกับสุนัขและแมวควรนำมาฉีดวีคซีนป้องกันพิษสุนขบ้าด้วย ซึ่งการฉีดวัคซีนสามารถทำได้เมื่อกระต่ายอายุ 4 เดือนขึ้นไป หากในบ้านมีเด็กและใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ

กระต่ายเป็นสัตว์กินพืชที่สามารถย่อยอาหารกลุ่มเยื่อใยได้ จึงสามารถกินย่อยหญ้าได้ โดยทั่วไป 80% ของอาหารกระต่ายควรเป็นหญ้าแห้งที่ใส่ไว้ให้กระต่ายกินได้ตลอดเวลา ส่วนอีก 20% ให้แบ่งเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูปและผักสด ซึ่งควรให้ในเวลาช่วงเช้าและช่วงเย็น หากมีอาหารเม็ดเหลือให้นำออก ส่วนผลไม้ไม่มีความจำเป็นมากนัก อาจจะให้เพียงชิ้นเล็กๆและไม่ควรเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เหตุผลที่ควรให้กระต่ายกินหญ้าเป็นอาหารหลักเพราะกระต่ายเป็นสัตว์ที่ฟันยาวออกมาได้ตลอดชีวิต การให้หญ้าจะทำให้ฟันกระต่ายบดและสบกันอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่มีปัญหาฟันยาว รากฟันยาวอักเสบจนเกิดเป็นฝีตามมา อีกทั้งยังช่วยให้แบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดี ไม่เกิดภาวะท้องอืดได้

การสังเกตสุขภาพของกระต่าย

1. ทุกๆวันควรสังเกตที่ขี้ของกระต่ายแต่ละตัว ถ้าตัวไหนขี้เหลวไม่เป็นก้อน แสดงว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกายกระต่ายแล้ว
2. ดูจากลักษณะภายนอกของกระต่าย เช่น ขนร่วง ผิวหนังหยาบกร้านตกสะเก็ด ดวงตาแฉะมีขี้ตามาก ผอม
3. ดูจากอาการที่กระต่ายแสดงออก เช่น ไอจาม ไม่ร่าเริง ไม่กินอาหาร เดินไม่สะดวก เป็นต้น

ญี่ปุ่นคลอดหุ่นยนต์เหมียวเพื่อคนแพ้ขน โดยเฉพาะ

สำหรับสาวๆ ที่พักอาศัยอยู่ในที่พักหรือสถานที่ที่ไม่สามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้อย่างเช่น คอนโด อาพาร์ตเม้น ฯ แต่บางครั้งสาวๆ อย่างเราก็ต้องการเพื่อนตัวน้อยเอาไว้เล่นแก้เหงาบ้างใช่ไหมล่ะคะ แน่นอนค่ะว่า น้องแมวก็เป็นอีกหนึ่งคำตอบที่สาวๆ หลายคนต้องการนำเจ้าขนฟูขี้อ้อนมาเลี้ยงไว้แก้เหงาสถานที่ก็ไม่อำนวย แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีนะ ถ้าสาวๆ อยากจะเลี้ยงน้องแมวเอาไว้เป็นเพื่อน แต่สถานที่ไม่เอื้ออำนวยหรือไม่พร้อมจะดูแลได้ตลอดเวลา เพราะ ไม่ได้อยู่บ้านทุกวันล่ะก็ ลองดูหุ่นยนตร์แมวตัวนี้ดูสิคะ

ผู้ผลิตของเล่นสัญชาติญี่ปุ่นเปิดตัวหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงสำหรับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้และผู้ป่วยที่ไม่สะดวกต่อการเก็บสิ่งปฏิกูลจากเพื่อนต่างพันธุ์ มาในรูปหุ่นยนต์แมวเหมียวที่สามารถตอบสนองต่อสัมผัสได้ โดยหากเอื้อมมือไปเกาคางเจ้าเหมียวโรบ็อท คอของเจ้าเหมียวก็จะขยับไปตามมือและทำให้เจ้าของเพลิดเพลินคล้ายคลึงกับการเล่นกับแมวตัวจริง เซกะทอยส์ (Sega Toys) เปิดตัวหุ่นยนต์แมวเหมียวนี้ในชื่อ ‘Yume-Neko Venus’ หรือ ‘Dream Cat Venus’ เป็นหุ่นยนต์รุ่นใหม่หลังจากที่เซกะทอยส์เปิดตัว Dream Cat Smile ออกมาเมื่อปี 2007 ครั้งนี้เซกะฯปรับปรุงให้เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวสามารถทำงานได้ละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถตอบสนองต่อสัมผัสได้เหมือนแมวจริงมากขึ้น

เหมียวโรบ็อทสามารถขยับศีรษะ ปรือตา และส่งเสียงครางแบบแมวตัวจริง สามาถลุกนั่ง ลงนอน และจะเข้าสู่”โหมดนอน”ในท่านอนขดอัตโนมัติหากถูกปล่อยทิ้วไปตามลำพังนานเกินไป โดยหากเจ้าของ”เกาพุง”เจ้าเหมียวโรบ็อทจะขยับขา และหากเจ้าของแกล้งดึงหาง เหมียวโรบ็อทก็จะแสดงอาการตกใจให้เห็น

ดูเหมือนว่า สิ่งเดียวที่หุ่นยนต์เหมียวแตกต่างจากแมวตัวจริงจะมีเพียงการไม่ไล่จับหนูตัวจิ๋ว หรือการวิ่งหนีสุนัข เจ้าหุ่นยนต์แมวตัวนี้มีชื่อว่า “Dream Cat Venus” เป็นผลิตภัณฑ์จาก Sega Toys ค่ะขนาดตัวอยู่ที่ 49 x 24.0 x 23 ซ.ม. และสนนราคาอยู่ 10,500 เยน (ประมาณ 3,000 กว่าบาท) ผลิตออกมาวางจำหน่ายนานแล้วล่ะค่ะ … การตอบสนองของเจ้าแมวตัวนี้ดูใกล้เคียงแมวจริงมากค่ะ มีเกาคางแล้วทำหน้าพอใจ หรือลูบตัวแล้วส่งเสียงร้อง ขยับเปลือกตา ส่ายหน้า ยกมือ เอ๊ย! ขาหน้าได้ด้วย เห็นแล้วหมั่นเขี้ยว น่ารัก น่าเล่นจริงๆ เลยล่ะค่ะ

สัตว์เลี้ยงเสมือนจริง ทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสัตว์แต่ไม่สามารถเลี้ยงได้

ปัจจุบันนี้มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยขึ้น จึงทำให้มีการพัฒนาเกมส์ต่างๆที่มีความหลากหลายในหลายๆรูปแบบ เพื่อให้ตรงต่อความต้องการของคนในปัจจุบันมากยิ่ง และด้วยนวัตกรรมที่โลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงในด้านเทคโนโลยี และตอบสนองความต้องการให้ตรงต่อเป้าหมายมากยิ่งขั้นจึงมีการพัฒนาเกมส์ในการเลี้ยงสัตว์ขึ้นมา เพราะว่าสัตว์เลี้ยงจะช่วยให้คุณสามารถต่อสู้กับความเครียดและคลายความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี การเลี้ยงสัตว์นั้นทำให้เจ้าของมีความสุข และมความรักกับสัตว์เลี้ยง และสัตว์เลี้ยงบางตัวก็รักเจ้าของของมันมาก จึงทำให้เกิดวามรักกันระหว่างคนกับสัตว์

แต่หลายๆคนคงมีปัญหาอยากจะเลี้ยง น้องแมว น้องหมา แต่ไม่สามารถเลี้ยงได้ มีหลายๆครอบครัวคนรักสัตว์จำนวนไม่น้อยที่อยากให้ลูกๆของตัวเองสัมผัส ใกล้ชิด และมีความสุขหลังจากที่ได้เรียนรู้การให้อาหารสัตว์เลี้ยง แต่ต้องประสบกับปัญหาไม่สามารถรับสัตว์มาเลี้ยงดูได้จากหลายๆสาเหตุ เช่น พักอาศัยอยู่ในคอนโดที่มีข้อห้ามเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านั้น สามารถถูกเติมเต็มแก้ไขได้ด้วยเว็บไซต์ที่ให้บริการสัตว์เลี้ยงเสมือนจริง ที่ในปัจจุบันเริ่มมีงานใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้นทั่วโลกจึงเป็นการตอบสนองให้กับคนที่รักสัตว์ แต่ไม่สามารถเลี้ยงๆได้ ดังนั้นได้แต่เพียงได้เลี้ยงสัตว์ออนไลน์

สัตว์เลี้ยงออนไลน์ หรือสัตว์เลี้ยงออนไลน์ เป็นนวัตกรรมใหม่ทางไซเบอร์สเปซ ถึงแม้จะเพียงสัตว์ที่ถูกจำลองขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการเลี้ยงดู และได้รับการดูแลจากเจ้าของ เจ้าของสัตว์เลี้ยงเสมือนจะต้องคอยให้อาหาร ทำความสะอาด พร้อมกับเล่นกับพวกมันบ้าง เช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงปกติโดยทั่วไป ด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีด้วยภาพกราฟฟิคแบบ 3 มิติ ความละเอียดสูง ที่ทำให้คุณรู้สึกได้ว่าสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นมีตัวตนอยู่จริง

สำหรับวิธีการเลี้ยงสัตว์เสมือนจริงผ่านทางระบบออนไลน์ สามารถทำได้อย่างง่ายๆเพียงแค่ทำการลงทะเบียนที่ www.adoptme.com หรือ www.petadoptables.com เป็นต้น จากนั้นทำการเลือกสัตว์ที่คุณชื่นชอบ เช่น สุนัข แมว ม้า เต่า ลิง ปลา และอื่นๆ รวมไปถึงสัตว์ป่าหรือสัตว์เลื้อยคลานแปลกๆ ที่คุณไม่สามารถหานำมาเลี้ยงได้ในชีวิตจริงอีกด้วย นอกจากนี้คุณยังสามารถทำการแชทกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงเสมือนคนอื่นๆ ผ่านทางระบบออนไลน์ได้อีกด้วย

พร้อมแค่ไหนก่อนตัดสินใจมีสัตว์เลี้ยงสักตัว?

การคิดจะมีเพื่อนซี้หรือสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ สักตัวไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะเลี้ยงอย่างมีคุณภาพและให้มีความสุขตลอดรอดฝั่งนั้นเราควรจะมี “ความพร้อม” ก่อนจะตัดสินใจเลี้ยงสัตว์ใดๆ ก็ตาม

-มีความรักสัตว์เต็มเปี่ยม
ไม่ได้เพียงหลงใหลในความสวย ความน่ารัก บำบัดความเหงาชั่วครู่ชั่วยาม หรือตามแฟชั่นที่เห่อเลี้ยงนู่นนี่นั่นกันเป็นพักๆ พอหมดอารมณ์รัก เจ้าสัตว์เหล่านั้นก็กลายเป็นเครื่องประดับบ้านที่ถูกทอดทิ้ง และอาจถูกนำไปทิ้งเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้

-มีทุนทรัพย์เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์ดูแล ค่ารักษาพยาบาลทั้งยามป่วยไข้ยามปกติ และยามฉุกเฉิน รวมทั้งยามแก่ชรา อย่าลืมว่ายิ่งสัตว์อายุมากขึ้น โอกาสจะเจ็บป่วยด้วยโรคที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษายิ่งมากขึ้น (และอาจจะสูงมากด้วย)-มีเวลาใส่ใจดูแล เมื่อเค้าเข้ามาในชีวิตเรา ก็ควรมอบความรัก ความอบอุ่นดุจเพื่อนร่วมชีวิตหรือสมาชิกในครอบครัวของคุณไปจนตายจากกัน แม้จะเป็นปลาหรือแมลงตัวเล็กๆ ก็ตามที

-มีสถานที่เหมาะสม ในการเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิด ถ้ายังต้องเช่าหอพักหรืออยู่ห้องชุดที่ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ก็ควรปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด กรณีที่ต้องแอบเลี้ยง แล้วถูกจับได้ขึ้นมา การหาทางออกโดยเอาไปปล่อยวัด เอาไปขายหรือหาคนเลี้ยงใหม่ ไม่สนับสนุนอย่างยิ่ง

-ควรศึกษาหาความรู้ เรื่องสายพันธุ์ นิสัย พฤติกรรม อายุไข อาหารและยาของสัตว์แต่ละชนิดที่คุณอยากจะเลี้ยงให้ดี เมื่อทราบข้อมูลทั้งหมดแล้วจะได้ประเมินถูกว่าสัตว์ชนิดนั้นเหมาะกับไลฟ์สไตล์และนิสัยของคุณมากน้อยแค่ไหน

-เสียงสนับสนุนจากคนรอบข้าง ถ้าคุณยังไม่มีอาชีพที่แน่นอนมั่นคง ที่สำคัญคือยังต้องอาศัยอยู่กับครอบครัว กรณีที่สมาชิกในบ้านไม่เห็นด้วยกับการเลี้ยงสัตว์ของคุณ ก็ไม่ควรสร้างปัญหาภายในบ้านเพิ่มขึ้นอีก รอให้ถึงเวลาที่มีบ้านเป็นของตัวเอง มีกำลังทรัพย์เพียงพอก็ยังไม่สาย

-ความรับผิดชอบต่อสังคม การเลี้ยงสัตว์โดยคิดว่าเพียงแค่การให้ข้าวให้น้ำ ให้ที่อยู่อาศัยก็เพียงพอแล้ว ถือเป็นการคิดผิดตั้งแต่เริ่ม คิดจะเลี้ยงอะไรต้องคิดต่อด้วยว่า เมื่อมันโตแล้ว ถึงวัยผสมพันธุ์แล้วจะก่อความรำคาญ ความเดือดร้อน และภาระต่างๆ ให้เจ้าของต้องรับผิดชอบอีกมากมายขนาดไหน การไม่ยอมเอาสัตว์เลี้ยงไปทำหมันเมื่อถึงวัยอันควรโดยคิดว่าเป็นการทำบาป และปล่อยให้มันผสมพันธุ์กันไปเรื่อยๆ นั้น เป็นความคิดที่ไม่เหมาะกับยุคนี้ที่คุณต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยิ่ง

เพราะทุกวันนี้สุนัขเร่ร่อนหรือแมวจรจัดตามวัดและตามท้องถนนมีเยอะเกินพอแล้วค่ะ